
DVB ย่อมาจาก Digital Video Broadcasting
DVB ที่รู้จักกันทั่วไปก็คือ
DVB-C (Cable) คือระบบคเบิ้ล
DVB-S (Satellite) คือระบบดาวเทียม
DVB-T (Terrestrial) คือระบบเสาสัญญาณภาคพื้นดิน
DVB-H (Handheld) คือที่ใช้ตามอุปกรณ์พกพา เห็นได้ใน Nokia N-Series
แต่เรื่องนี้ช่างหัว C,T,H,SH มันไปเถอะ
เราสนใจแต่ระบบ S เท่านั้น!!
DVB-S คือชื่อมาตรฐานข้อทีวีดาวเทียม (Satellite TV)
ตามมาตรฐาน ITU ดาวเทียมจะสื่อสารระหว่างตัวดาวเทียมและสถานีรับด้วยคลื่นเล็กๆ (Microwave) ความถี่ 300Mhz ถึง 300Ghz ใช้การบีบอีดข้อมูลแบบ MPEG-2 ทั้ง Video และ Audio ในประเทศไทยนิยมใช้กัน 2 แบบคือ C-Band และ Ku-Band
ต่างกันคร่าวๆคือ
C-Band จะส่งความถี่ยาว (4-8 Ghz) ให้พื้นที่ครอบคลุมกว้าง สามารถส่งผ่านทะลุเม็ดฝนได้ดี แต่จานรับต้องมีขนาดใหญ่ ขนาด 120cm ขึ้นไป (แต่นิยมเรียกเป็นฟุตซะมากกว่า)
Ku-Band จะส่งความถี่สั้น (12-18 Ghz) ครอบคลุมพื้นที่น้อยกว่า แต่จานรับมีขนาดเล็กกว่า เพราะอัตราความถี่ของข้อมูลที่ส่งมามากกว่า (30-150cm แต่ที่นิยมคือ 35,60,75cm)
ตามสเป็คของตัว USB DVB-S รองรับแบนวิธได้ 1mbit ถึง 45mbit!
อัตราข้อมูลเฉลี่ยของรายการแบบ SDTV อยู่ที่ 1.5~3.6mbit และ 8-9mbit สำหรับ HDTV
ปัจจุบันพัฒนาไปที่ DVB-S2 สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาอยากเห็นได้ชัดคือ HDTV และรองรับการส่งข้อมูลแบบ MPEG-4 เพิ่มเข้ามา
แล้วตกลง DVB-S คืออะไร?
- DVB-S ก็คือ ทีวีดาวเทียม ผู้ให้บริการในไทยได้แก่ TrueVisions (จานแดง), UBC (จานเทา) , Samart (จานน้ำเงิน), DTV(จานเหลือง), iPM(จานส้ม), ASTV(จานสนธิ) นั่นเอง
สิ่งที่ทำให้ผู้ให้บริการต่างกันก็คือ “ช่อง” นั่นเอง การจะดู “ช่อง” ต่างๆนั้นจะมีค่าใช้บริการก็คือ สมาชิก ซึ่งมาในรูปแบบของบัตร SmartCard (ต้นทุนเท่า Sim Card)
“ช่อง” เหล่านั้นจะถูกส่งมาด้วยความไม่สมบูรณ์ ซึ่งจะต้องพึ่งพา Key จากบัตรเข้าไปเติมเต็ม ให้สามารถถอดรหัสภาพและเสียงให้ออกมาได้รับชมได้นั่นเอง
…ส่วนเรื่องอื่นเกี่ยวกับบัตร เราไม่นิมยมพูดกันครับ (เพราะเราคนไทย กั๊กไว้หากิน กรั่กๆ)
เอาเป็นว่า TrueVisions เข้ารหัสแบบ IRDETO2 PID 0604, DTV เข้ารหัสแบบ IRDETO2 PID 0614 เอย
คราวหน้าจะโม้ถึงวิธีหันจานหาสัญญาณละกัน
อ้อ..ผมใช้จาน Ku น่ะ