Archive

Author Archive

Unable to locate WordPress Root directory

November 29, 2009 AdmOd Leave a comment

เผื่อใครใช้ WordPress แล้วเจอหน้าตาแบบนี้

003

เวลากด Upgrade จากหน้า Control Panel ของตัว WordPress เอง

วิธีแก้ไขคือ

เปิดไฟล์ wp-config.php ขึ้นมา แล้วใส่ข้อความนี้ลงไปในตรงไหนก็ได้
(ผมเคาะ Enter ที่บรรทัดล่างสุด แล้วยัดมันเข้าไป)

/* Fix WordPress autoupgrades on Byethost.com */

putenv(‘TMPDIR=’ . ini_get(‘upload_tmp_dir’));
if(is_admin()) {
add_filter(‘filesystem_method’, create_function(‘$a’, ‘return “direct”;’ ));
define( ‘FS_CHMOD_DIR’, 0751 );
}

อาการแบบนี้พบได้ไม่บ่อยนัก คิดว่าน่าจะเป็นที่ตัวโฮสน่ะแหละ

ที่มา: Byet.net

Reblog this post [with Zemanta]

Magnet URI

November 28, 2009 AdmOd Leave a comment

The magnet: URI scheme is a draft open standard defining a URI scheme for magnet links, which are mainly used to reference resources available for download via peer-to-peer networks. Such a link typically identifies a file not by location or name, but by content; more precisely, by the content’s hash value.
Wikipedia

ไม่รู้จัก Magnet URI นี่..เดี๋ยวจะเชยตกยุคเอานะเธอว์

ก็ต้องอ้างถึงตามหลัก BitTorrent ศาสตร์ ซึ่งเป็นแขนงหนึ่งใน P2P โซลไซตี้
ถ้าจะพูดว่า BitTorront เป็นรูปแบบ P2P ที่รู้จักมากชนิดหนึ่งคงไม่ผิดนัก

แต่ถ้าผมจะบอกว่า Bittorrent เป็นลักษณะเครือข่ายที่ “บกพร่อง” มากล่ะ…

ก่อนอื่น เผื่อใครไม่เคยใช้ Bittorrent

Bittorrent เนี่ย โดยกำเนิดแล้ว ประกอบด้วย 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ

  1. Tracker – เป็นแม่ข่ายสำหรับข้อมูลของ Client จำพวกสถิติ, IP บลาๆ แต่ไม่ได้เก็บไฟล์ตัวจริงนะเธอว์ เพราะไม่งั้นจะผิดหลัก P2P กลายเป็น Client-Server ไป
  2. Client – ลูกข่ายนั่นเอง

ส่วน Client เนี่ยก็แบ่งได้เป็น 2 ส่วนหลักๆคือ

    1. Seeder – คือผู้ที่มีไฟล์ “สมบูรณ์”
    2. Leecher – คือผู้ที่มีไฟล์ “ยังไม่สมบูรณ์”

    สั่งเกตเห็นอะไรแปลกๆไม๊? Read more…

    ServiceModelReg.exe

    November 24, 2009 AdmOd Leave a comment

    เกี่ยวกับ ASP.Net กันสักหน่อย

    สำหรับวิธีการนี้จะอ้างอิงบน Windows 7 RTM (Build #7600) เป็นหลักนะครับ

    เอาล่ะ เกริ่นนำสักนิดส์

    สำหรับผู้ใช้ ASP.Net ในการพัฒนาเว็บไซต์ หนึ่งในระบบ Manage บัญชีผู้ใช้ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย(?) ระบบหนึ่งก็คือ ASP.Net Membership

    แล้วการใช้ตัว ASP.Net Membership Provider นี่ก็ต้องมีการเข้าไปแก้ไฟล์อย่าง Machine.config เพื่อนำมาใช้กับ Web.config บ้างเป็นระยะๆ

    อนึ่ง… Machine.config จะเก็บค่าปรับตั้งอย่างละเอียดของระบบ ซึ่งเป็นในลักษณะ Default Environmen ซึ่งถ้าผู้ใช้ต้องการปรับใช้ให้เหมาะกับตัวเองก็สามารถ “ก๊อปปี้” tag เหล่านั้นมาไว้ใน Web.config เพื่อ override ค่า Default ได้จ๊ะ..

    แล้วทีนี้ สมมติว่าเผลอมือบอนไปแก้มันซะผิดเพี้ยน จนไม่สามารถรันได้เลย จะทำไงดี?

    วิธีแรกแรก Re- Install ตัว .Net Framework 2.0 ลงไป

    วิธีนี้เขาว่ากันว่าใช้งานได้ผล
    …แต่ใช้กับ Vista/7 ไม่ได้ เพราะมัน Built-in มา จะ Reinstall หรือ Remove ไม่ได้

    วิธีที่สอง เรียกไฟล์ .default

    ในเมื่อ Machine.config พัง ก็เรียก Machine.config.default แทนขึ้นมา

    วิธีนี้พอจะใช้ได้ผล ในกรณีที่กำหนดค่าผิดเพี้ยนไปก็สามารถเปิดไฟล์ Machine.config.default ขึ้นมาได้ ซึ่งไฟล์นี้ก็อยู่รวมกัน Machine.config นั้นแหละ

    Default Path ของไฟล์ดังกล่าวอยู่ที่
    “C:\Windows\Microsoft.NET\Framework\v2.0.50727\CONFIG”

    หรือ

    “%windir%\Microsoft.NET\Framework\v2.0.50727\CONFIG”

    วิธีที่สาม ในกรณีที่ “จนมุม” หลังจากพยายามแก้มาน๊าน..นาน หรือ “หาไม่เจอ” หรือ “ขี้เกียจจะแก้” เรามีอีกวิธีให้คือ “ServiceModelReg.exe”

    พบกับไฟล์นี้ได้ที่!
    “C:\Windows\Microsoft.NET\Framework\v3.0\Windows Communication Foundation

    หรือ

    “%windir%\Microsoft.NET\Framework\v3.0\Windows Communication Foundation”

    ได้ตามที่่ทานต้องการ!

    วิธีการใช้ก็แสนจะเบสิกคอลลี่มว๊ากๆ

    คำเตือน: ใช้ภายนอกเท่านั้น
    วิธีใช้

    1. จงเข้าไปที่โฟลเดอร์

       

      “C:\Windows\Microsoft.NET\Framework\v3.0\” หรือ
      “%windir%\Microsoft.NET\Framework\v3.0\”

       

    2. จงกด Shift แล้วคลิกขวาที่โฟลเดอร์ “Windows Communication Foundation”
    3. จงเลือก “Open Command Window Here”
    4. จงพิมพ์ว่า “S” แล้วกด tab เรื่อยๆไปจนถึง “ServiceModelReg.exe”
    5. จงวรรค 1 ครั้ง แล้วพิมพ์ว่า -r เพื่อสั่งให้ Reinstall5 ขั้นตอนนั่นเพื่อแค่นี้แหละ

    ที่จริงมันสามารถทำได้หลากหลายกว่านี้มาก แต่จงอ่าน Help เอง

    เมื่อได้ดังรูปแล้ว ให้กด Enter
    แล้วมันจะรันบ้าบ้าอะไรไม่รู้อยู่หนึงหน้าจอ

    กระบวนการนี้ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที!!
    (ซึ่งถ้ามัวไปงมโข่งแก้ Code อาจใช้เวลาเป็นชั่วโมง เป็นวัน เดือนเดือน เป็นปี บางคนอาจทั้งชีวิต!)

    เอาล่ะ…เมื่อทำได้แล้ว จงระลึกว่าไว้อย่างนึงว่า
    “จงแก้ไฟล์ระบบอย่างมีสติ(มากกว่านี้)

    จบแล้วจ้า!

    ปล. ถ้าบทความนี้ช่วยอะไรไม่ได้ จง Google ต่อไป สู้ๆ!!

    Reblog this post [with Zemanta]

    Booting USB in VMWare

    November 24, 2009 AdmOd Leave a comment

    จดไว้คร่าวๆเกี่ยวกับการบูตพวกอุปกรณ์ที่ไม่ได้รองรับโดยตรงจาก VMWare
    ในที่นี้คือ USB ที่ผมเอา ChromeOS ลงไว้

    ประเด็นปัญหาของผมคือ ได้รับ ChromeOS ที่ใช้ได้บน USB Flashdrive จาก Makeuseof.com แล้วพอนำไปบูตจริงดันไม่สามารถเปิดอุปกณฺเครือข่าย (ในที่นี้คือ WLan – Intel 2200BG) เลย Login ไม่ได้

    แต่ทีนี้คือ ตัว ChromeOS เนี่ย จะามารถเข้าระบบด้วย Account ที่เคย Login ในเครื่องนั้นๆได้ ผมก็เลยหาวิธีให้มัน Login สักครั้ง แล้วจะลองเอาหลับไปบูตจริงๆอีกที

    ผมเลยลองไป Google ดูวิธี ก็เจอเว็บนี้เข้า vladan.fr แลดูน่าสนใจ
    (และทดลองแล้วใช้ได้!)

    Key ของวิธีนี้ก็คือ การไปใช้เครื่องมือตัวนึงของ PloP ที่มีชื่อว่า Bootmanager

    คุณสมบัติ

    CD/DVD boot without BIOS support
    USB boot without BIOS support (UHCI, OHCI and EHCI)

    Floppy boot
    Different profiles for operating systems
    Define up to 16 partitions
    No extra partition for the boot manager
    Hidden boot, maybe you have a rescue system installed and the user should not see that there is another system installed
    Boot countdown
    Hide partitions
    Password protection for the computer and the boot manager setup
    Backup of partition table data
    Textmode user interface 80×50
    Graphic user interface 640×480, 800×600, 1024×786, 1280×1024
    MBR partition table edit
    Start of the boot manager from harddisk, floppy, USB, CD, DVD
    Starting from Windows boot menu
    Starting from LILO, GRUB, Syslinux, Isolinux, Pxelinux (network)
    The boot manager is freeware

     

    เออ..ที่น่าสนใจก็ตรงที่ Highlight ไว้นั่นแหละ

    Read more…