Introduction to DVB-S

September 8, 2009 AdmOd Leave a comment

DVB Logo

DVB ย่อมาจาก Digital Video Broadcasting
DVB ที่รู้จักกันทั่วไปก็คือ
DVB-C (Cable) คือระบบคเบิ้ล
DVB-S (Satellite) คือระบบดาวเทียม
DVB-T (Terrestrial) คือระบบเสาสัญญาณภาคพื้นดิน
DVB-H (Handheld) คือที่ใช้ตามอุปกรณ์พกพา เห็นได้ใน Nokia N-Series

แต่เรื่องนี้ช่างหัว C,T,H,SH มันไปเถอะ
เราสนใจแต่ระบบ S เท่านั้น!!

DVB-S คือชื่อมาตรฐานข้อทีวีดาวเทียม (Satellite TV)
ตามมาตรฐาน ITU ดาวเทียมจะสื่อสารระหว่างตัวดาวเทียมและสถานีรับด้วยคลื่นเล็กๆ (Microwave) ความถี่ 300Mhz ถึง 300Ghz ใช้การบีบอีดข้อมูลแบบ MPEG-2 ทั้ง Video และ Audio ในประเทศไทยนิยมใช้กัน 2 แบบคือ C-Band และ Ku-Band

ต่างกันคร่าวๆคือ
C-Band จะส่งความถี่ยาว (4-8 Ghz) ให้พื้นที่ครอบคลุมกว้าง สามารถส่งผ่านทะลุเม็ดฝนได้ดี แต่จานรับต้องมีขนาดใหญ่ ขนาด 120cm ขึ้นไป (แต่นิยมเรียกเป็นฟุตซะมากกว่า)
Ku-Band จะส่งความถี่สั้น (12-18 Ghz) ครอบคลุมพื้นที่น้อยกว่า แต่จานรับมีขนาดเล็กกว่า เพราะอัตราความถี่ของข้อมูลที่ส่งมามากกว่า (30-150cm แต่ที่นิยมคือ 35,60,75cm)

ตามสเป็คของตัว USB DVB-S รองรับแบนวิธได้ 1mbit ถึง 45mbit!
StatusBar

อัตราข้อมูลเฉลี่ยของรายการแบบ SDTV อยู่ที่ 1.5~3.6mbit และ 8-9mbit สำหรับ HDTV

ปัจจุบันพัฒนาไปที่ DVB-S2 สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาอยากเห็นได้ชัดคือ HDTV และรองรับการส่งข้อมูลแบบ MPEG-4 เพิ่มเข้ามา

แล้วตกลง DVB-S คืออะไร?
- DVB-S ก็คือ ทีวีดาวเทียม ผู้ให้บริการในไทยได้แก่ TrueVisions (จานแดง), UBC (จานเทา) , Samart (จานน้ำเงิน), DTV(จานเหลือง), iPM(จานส้ม), ASTV(จานสนธิ) นั่นเอง

สิ่งที่ทำให้ผู้ให้บริการต่างกันก็คือ “ช่อง” นั่นเอง การจะดู “ช่อง” ต่างๆนั้นจะมีค่าใช้บริการก็คือ สมาชิก ซึ่งมาในรูปแบบของบัตร SmartCard (ต้นทุนเท่า Sim Card)

“ช่อง” เหล่านั้นจะถูกส่งมาด้วยความไม่สมบูรณ์ ซึ่งจะต้องพึ่งพา Key จากบัตรเข้าไปเติมเต็ม ให้สามารถถอดรหัสภาพและเสียงให้ออกมาได้รับชมได้นั่นเอง
…ส่วนเรื่องอื่นเกี่ยวกับบัตร เราไม่นิมยมพูดกันครับ (เพราะเราคนไทย กั๊กไว้หากิน กรั่กๆ)

เอาเป็นว่า TrueVisions เข้ารหัสแบบ IRDETO2 PID 0604, DTV เข้ารหัสแบบ IRDETO2 PID 0614 เอย

คราวหน้าจะโม้ถึงวิธีหันจานหาสัญญาณละกัน
อ้อ..ผมใช้จาน Ku น่ะ

Reblog this post [with Zemanta]

DVB-S Satellite Box

July 21, 2009 AdmOd Leave a comment

DVB-S Satellite Receiver Box

Model: DM04+
Chip: LME2510
Tuner: Sharp0194
Interface: USB 2.0
Power: DC 7.5V 1000mA
Driver: http://www.leaguerme.com/English/ShowArticle.asp?ArticleID=62
Price: ~35$ Shipping Include (1,190฿)

Monthly – TrueWiFi

May 15, 2009 AdmOd 4 comments
Wi-Fi logo
Image via Wikipedia

กว่าจะได้มา ต้องตบตีกับพนักงานทรูกว่า 3 สาขา

3 สาขาที่ว่าก็คือ

  1. TrueShop เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า
  2. TrueMove Shop เซ็นทรัล ปื่นเกล้า
  3. TrueShop ไอทีมอลล์ ฟอจูน

แพคเกจปัจจุบันมีไม่กี่ตัว ก็พวกราบเดือน 299 บาท GPRS/EDEG/WiFi ไม่อั้น 3 รอบบิล หรือไม่ก็ *9000 สมัคร 250บ./ด. ได้ GPRS/EDGE ไม่อั้น หรือไม่ก็ 450บ.ด. GPRS/EDGE/WiFi ไม่อั้น

แต่จะใช้ TrueWiFi แพคเกจพวกนี้เรียกได้ว่าเป็นขยะไปเลยเพราะได้ความเร็ว WiFi แค่ 256kbps (บางสำนักบอกว่า 64kbps)

ถามทุกที่ ทุกสาขาว่า “มีแพคเกจ TrueWiFi อื่นๆอีกไหม” พนักงานทุกสาขาจะหยิบใบโปรโมชั่นใบเดียวกันมาให้ดู แล้วก็ชี้ๆว่า “มีเท่านี้ค่ะ”

ได้ถามถึง TrueWiFi รายเดือน ต่างตอบเป็นเสียงเดียวกับทุกที่ว่า “ไม่มี”

Read more…

Re- Fill –ing Toner Samsung ML-1640

May 1, 2009 AdmOd 4 comments

จากคราวที่แล้วที่รีเซ็ตตัวนับหน้าให้กลายเป็น 0 แล้วก็สามารถปรินท์ไปได้เรือยๆโดยไม่รู้ว่าเหลือหมึกเท่าไหร่

และแล้ว หมึกก็หมด เหอๆ

Myth: Toner Samsung รุ่นนี้สามารถเติมหมึกได้เพียงครั้งเดียว

และนั่นคือ “ความเชื่อ” ที่ใครๆ (และร้านทั่วไป) ก็เชื่อกันแบบนั้น

เมื่อวานตะลอนทั่ว Pantip (พันทิพธุ์) เพื่อหาหมึกมาทดแทนอันเก่า
เลยชั่งใจระหว่าง

  1. ของแท้ ราคา 1,920~2,500.- เฉลี่ยส่วนมากประมาณ 1,950.-
  2. ของเทียม ราคา 1,100~1500.-
  3. แบบเติม ราคาเดิม

เดินสำรวจราคาจนทั่วและไปเจอร้านนึง เจ้าของร้านท่าทางใจดีบอกว่า
“ถ้าเครื่องรีเซ็ตแล้ว ก็เติมได้เรื่อยๆค่ะ”

“จนกว่าตัวหนังสือมันจะขาดเป็นเส้นๆล่ะน้อง”
เจ้าของร้านทิ้งท้าย ก่อนที่จะเดินวนพันทิพธุ์อีก 3 รอบเพื่อ Con/Pros Causation

คิดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้นเหมือนกัน เพราะคราวที่แล้วเติมหมึกมาหมึกยังไม่หมด แต่ปรินท์ไม่ได้ เพราะตัวนับมันนับไปเกิน 2000 แผ่น
อัลกอลิทึมเทพของปริทเตอร์คงบอกว่า “หมึกหมดแล้วจ้าาา อย่าปริทท์เลย”

แล้วก็คงเข้าใจว่า มันเติมได้ครั้งเดียว

ด้วยความอยากลอง เลยกลับมาที่หอ หยิบตลับไปเติมใหม่อีกครั้ง
เจ้าของร้านใจดีเลยพาเติม โดยบอกทีละขั้นตอน

เจ้าของร้านพูดขึ้นว่า
“คราวหลังจะได้ซื้อไปเติมเอง”

สำหรับราคาร้านนี้คือ ขายหมึกที่ 550.- และรับเติมที่ 650.-
แต่ที่รู้สึกแน่ๆคือ หลังจากเติมแล้วรู้สึกหนักขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่รู้ว่าเพราะน้ำหนักมึก หรือเพราะปริมาณ แต่เจ้าของร้านบอกว่า “พี่ก็เคาะๆลงไป เกือบหมดกระปุกแหละ” อ้าว…นึกว่าจะให้กระปุกด้วย

หลังจากเตร็ดเตร่อยู่สักพักเลยกลับหอแล้วมาพิมพ์ทดสอบใหม่
ผลการทดสอบก็…เดิมๆ

ยังกะหมึกแท้อีกแล้ว –_____-!